หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:06 AM 
เริ่มโดย cat2 - กระทู้ล่าสุด โดย ganotae
ถ้ายอมเจ็บแต่จบตัวเดียวพอไหมครับ หรือเอาแค่ 24-70 f4 พอแล้วหา fix ดีๆเพิ่มอีกตัวดีกว่าครับ

 :emo1_0071:
ขอฟันธงว่าถึงได้ 2470GM มาแล้วก็ไม่จบครับ เพราะว่าโรคเลนส์งอก มันติดต่อกันง่ายมากเลย วิธีรักษาให้หายขาดก็ทำได้ยาก มีเพียงวิธีบรรเทาอาการได้แก่การเสริมวิตามิน M (money) เวลาเกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวอยากได้เลนส์ตัวใหม่เพิ่มครับ
 :emo1_0010:
ขออภัยที่ออกนอกลู่นอกทางไปหน่อย ขอตอบใหม่ให้ตรงประเด็น - ผมคิดว่า ตากล้องแต่ละคนมีวัตถุประสงค์ในการใช้เครื่องมืออุปกรณ์การถ่ายภาพที่แตกต่างกันไป แต่ละคนต้องหาโอกาสลองใช้ด้วยตัวเองซักพักถึงจะได้คำตอบที่เหมาะกับตัวเองที่สุดครับ เพราะ 2470GM คือเลนส์ที่สร้างสรรมาเพื่อ image quality ถึงขีดสุด มันไม่ compromise ต่อขนาด น้ำหนัก และต้นทุนการผลิต ผู้ที่เลือกใช้ 2470GM จึงต้องยอมรับกับข้อจำกัดต่างๆนั้น คือจะต้องแบก ต้องเมื่อยมือ ต้องเกะกะ ต้องเปลืองที่ในกระเป๋ากล้อง ต้องจ่ายแพง ซึ่งถ้าน้า ganotae รับข้อจำกัดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ นั่นคือเลนส์ตัวนี้มันไม่เหมาะกับน้าครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ควรจะทำให้คนที่ไม่มี 2470GM รู้สึกด้อยกว่าคนที่ใช้เลนส์ตัวนี้แต่อย่างใด (เพราะผมก็ไม่ได้ใช้เลนส์ตัวนี้เหมือนกัน)
 :emo1_0008:
เลนส์ Sony รหัส GM เป็นเลนส์ที่ดีมากครับ พิสูจน์ได้จากภาพถ่ายที่ผมได้จาก 85GM กับ 70200GM ที่ผมมีในประจำการ ถ้า 24-70 คือช่วงระยะที่น้าใช้บ่อยที่สุดและรับได้กับข้อจำกัดของ 2470GM ก็อย่าซื้อ FE2470z มาใช้ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นแค่เพียงตัวคั่นเวลา แล้ววันนึงก็ต้องจ่ายเงินซื้อ 2470GM มาในที่สุดเสียตังสองรอบ

555 ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำดีๆ

ว่าแต่เรียกน้านี่ผมดูแก่ไปเลยครับ555 พึ่งจะ 30 ครับ ^^

 2 
 เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 07:55 pm 
เริ่มโดย (G_G) - กระทู้ล่าสุด โดย NoO
แวะมาเซ็นชื่อว่าอ่านแล้วครับ

 3 
 เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 03:46 pm 
เริ่มโดย fresh_58 - กระทู้ล่าสุด โดย Coke
ผมวิเคราะห์ข้อมูลของน้า fresh_58 แล้ว น่าจะเป็นเพราะ jpeg engine ของกล้อง Sony รุ่น A850, A77 ยังสู้ของกล้องค่ายอื่นไม่ได้ครับ แนะนำให้ถ่าย .raw แล้วมา process highlight / shadow เองอาจจะดีกว่าปรับจากภาพ .jpeg ส่วนกล้อง Sony รุ้นตั้งแต่ A7 mark2 เป็นต้นมา jpeg engine เทพแล้วเพราะ Sony ได้ engineer จากค่าย Fuji มาช่วยปรับปรุง jpeg engine ใหม่ให้ดีขึ้นผิดหูผิดตาจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ

เรื่องการถ่ายภาพแล้วติด under 0.7 stop ผมเห็นด้วยกับน้า fresh_58 อย่างยิ่งเลย เพราะผมก็ตั้งค่าชดเชยแสงของกล้อง Sony ทุกรุ่นทุกตัวที่ผมมี +0.7 stop เสมอมา และเปิด dynamic range setting เป็น auto เสมอเช่นกัน

ตั้งแต่ผมใช้ A7Rmark2 มา ผมก็เลิกถ่าย .raw ไปเลยเพราะสยองขวัญไฟล์ .raw ที่ 42mp โชคดีที่ Sony jpeg engine ตอนนั้นขั้นเทพแล้วไม่จำเป็นต้อง process อีก พอมาเป็น A9 ผมว่า jpeg engine มันก็ดีขึ้นไปอีกนะ ผมเดาว่า Sony ก็คงจะพัฒนาให้ jpeg engine ของกล้อง Sony ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่างภาพส่วนใหญ่คงอยากจะสะดวกจบหลังกล้องมากกว่า

 4 
 เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 03:11 pm 
เริ่มโดย fresh_58 - กระทู้ล่าสุด โดย fresh_58
ได้คำตอบแล้วครับ มโนเองนะ

1. เป็นบุคลิกของกล้องเองครับ ที่เน้นให้ภาพในลักษณะคอนทราสสูง (ถ้าถ่ายแสงพอดี) ภาพจะติดอันเดอร์นิดๆ แต่สีจะมา คิดว่าสีเข้มที่สุดเลย

ในบรรดากล้องทั้งหมด เคยมี d610 ยอมรับเลยว่า a850 a900 สีสวยกว่าครับ อาจเพราะไดนามิคเรนจ์ ตัวนี้ซึ่งเป็นกล้องอายุสิบปีโดยประมาณ

มันสู้กล้องรุ่นใหม่ๆ ที่ไดนามิคเรนจ์สูงๆ ไม่ได้ เช่น d610 ถ่ายโดยไม่ต้องใช้ความพยายามได้ภาพมาแล้ว มาดูฮิตโตแกรม มันขึ้นครอบคลุม

ตั้งแต่ไฮท์ไลท์ถึงชาโดว์เลย โดยภาพจะให้โทนสว่างแต่เก็บรายละเอียดได้ครบ ในขณะที่ a850  ถ้าถ่ายสว่าง ช่วงชาโดว์จะเป็นสีเทาๆ ถ้าดึงลง

ภาพก็จะกลับมาที่คอนทราสสูงอีก
 
2. เลนส์ส่วนใหญ่ผมเป็นเลนส์ระดับกลางๆ และเป็นเลนส์เก่า มันคุมแฟร์ไม่ดี ถ้าเปิดแสงมากมันจะเป็นแฟร์ตั้งแต่ต้นฉบับเลย

3. อยากได้ฟุ้งฟิ้ง คงต้องโอเวอร์ไม่มาก แล้วจบด้วย ps ลองทำใน lr ยังไม่ค่อยสวยครับ

ล่าสุดไปถ่ายงานบวชมา สรุปว่า ต้องยอมรับบุคลิกกล้อง แล้วจะได้ภาพสวยครับ ภาพจะเข้มๆ สีจะหวาน เข้ม เหมือนกินกาแฟใส่เพิ่มทั้งน้ำตาล ทั้งนม

ลองถ่ายให้สว่าง โพรเซสเสร็จแล้วกลับมาดู jpeg เทียบกัน ขอลบภาพสว่างแล้วส่งภาพมืดกว่าให้ดีกว่า

โดยเฉพาะนะครับ  เอาตัวแบบให้สว่างแล้วลดแสงแบ็คกราวนด์ลงนิด จะยิ่งสวยมาก ภาพดูมีมิติ ไม่แบน

 5 
 เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 02:34 pm 
เริ่มโดย cat2 - กระทู้ล่าสุด โดย Coke
ถ้ายอมเจ็บแต่จบตัวเดียวพอไหมครับ หรือเอาแค่ 24-70 f4 พอแล้วหา fix ดีๆเพิ่มอีกตัวดีกว่าครับ

 :emo1_0071:
ขอฟันธงว่าถึงได้ 2470GM มาแล้วก็ไม่จบครับ เพราะว่าโรคเลนส์งอก มันติดต่อกันง่ายมากเลย วิธีรักษาให้หายขาดก็ทำได้ยาก มีเพียงวิธีบรรเทาอาการได้แก่การเสริมวิตามิน M (money) เวลาเกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวอยากได้เลนส์ตัวใหม่เพิ่มครับ
 :emo1_0010:
ขออภัยที่ออกนอกลู่นอกทางไปหน่อย ขอตอบใหม่ให้ตรงประเด็น - ผมคิดว่า ตากล้องแต่ละคนมีวัตถุประสงค์ในการใช้เครื่องมืออุปกรณ์การถ่ายภาพที่แตกต่างกันไป แต่ละคนต้องหาโอกาสลองใช้ด้วยตัวเองซักพักถึงจะได้คำตอบที่เหมาะกับตัวเองที่สุดครับ เพราะ 2470GM คือเลนส์ที่สร้างสรรมาเพื่อ image quality ถึงขีดสุด มันไม่ compromise ต่อขนาด น้ำหนัก และต้นทุนการผลิต ผู้ที่เลือกใช้ 2470GM จึงต้องยอมรับกับข้อจำกัดต่างๆนั้น คือจะต้องแบก ต้องเมื่อยมือ ต้องเกะกะ ต้องเปลืองที่ในกระเป๋ากล้อง ต้องจ่ายแพง ซึ่งถ้าน้า ganotae รับข้อจำกัดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ นั่นคือเลนส์ตัวนี้มันไม่เหมาะกับน้าครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ควรจะทำให้คนที่ไม่มี 2470GM รู้สึกด้อยกว่าคนที่ใช้เลนส์ตัวนี้แต่อย่างใด (เพราะผมก็ไม่ได้ใช้เลนส์ตัวนี้เหมือนกัน)
 :emo1_0008:
เลนส์ Sony รหัส GM เป็นเลนส์ที่ดีมากครับ พิสูจน์ได้จากภาพถ่ายที่ผมได้จาก 85GM กับ 70200GM ที่ผมมีในประจำการ ถ้า 24-70 คือช่วงระยะที่น้าใช้บ่อยที่สุดและรับได้กับข้อจำกัดของ 2470GM ก็อย่าซื้อ FE2470z มาใช้ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นแค่เพียงตัวคั่นเวลา แล้ววันนึงก็ต้องจ่ายเงินซื้อ 2470GM มาในที่สุดเสียตังสองรอบ

 6 
 เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 02:10 pm 
เริ่มโดย Arak - กระทู้ล่าสุด โดย Welchhardy
ใช้รุ่นไหนครับ

 7 
 เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 02:08 pm 
เริ่มโดย fresh_58 - กระทู้ล่าสุด โดย Welchhardy
เคสนี้น่าสนใจมากว่าเพราะอะไร

 8 
 เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 07:29 am 
เริ่มโดย SUNroof - กระทู้ล่าสุด โดย Pichai Kridtanu

เพิ่มอีกนิดครับ คับอกคับใจมานาน กับพวกนิคกับหนอนบางกลุ่มคน

Professional VS Amateur!

https://digital-photography-school.com/what-makes-you-a-professional-photographer/

https://petapixel.com/2017/10/31/what-is-a-professional-photographer/


 9 
 เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 07:15 am 
เริ่มโดย SUNroof - กระทู้ล่าสุด โดย Pichai Kridtanu
ผมเล่นกล้องมาหลายตัว Full Frame (FF) ก็ไม่ได้ให้ภาพที่ดีเด่อะไรกว่า APSC มากมาย ตอนนี้ผมจบที่ A9 แล้วจึงพอจะฟันธงความแตกต่างหลักๆให้ 3ข้อดังนี้ครับ

1. ภาพฉากหลังเบลอของ FF มีประโยชน์ตอนที่เราต้องการทำลายฉากหลังที่มันไม่สวยออกไป แต่จริงๆแล้วเวลาเราไปเที่ยวสถานที่สวยๆ เราอยากเก็บฉากหลังมาด้วยมากๆ ด้วยซ้ำไป ซึ่ง APSC มีระยะ depth of field มากกว่า FF ทำให้ไม่ต้องลด f-stop หนักๆ เมื่อถ่ายภาพด้วยเลนส์เทเล
2. ถ่ายภาพในที่แสงน้อย FF กับเลนส์สว่างๆ ทำได้ดีจริงกับการโฟกัสภาพไปที่จุดใดจุดหนึ่ง เพราะ depth of field ที่บางเฉียบมากเท่าเส้นผม สร้างปัญหาการถ่ายภาพหมู่ให้ทุกคนในภาพมีใบหน้าอยู่ที่ระยะชัด
3. FF คือกล้องโปรที่มีระบบการทำงานที่รวดเร็วและมีระบบออโต้โฟกัสที่ดีกว่า APSC นั้น เป็นความจริงกับกล้องรุ่นใหม่ๆ บางรุ่นของ Sony เท่านั้น เพราะ FF ที่ผมเคยใช้มา มีแค่ A9 (กับ A7mark3 ที่ใช้ระบบออโต้โฟกัสของ A9) เท่านั้นเองที่มีระบบออโต้โฟกัสในระดับถ่ายภาพกีฬาอาชีพและดีกว่า APSC ในกล้อง generation เดียวกัน เปรียบเทียบจากกล้องที่ผมเคยเป็นเจ้าของได้ดังนี้
 - A850 (FF) ด้อยกว่า A350 (APSC) ที่ใช้กับเลนส์ตัวเดียวกัน
 - A99 (FF) ด้อยกว่า A77 (APSC) ที่ใช้กับเลนส์ตัวเดียวกัน
 - A99 (FF) + Sony CZ85f/1.4 ด้อยกว่า Nex-6 (APSC) + Sony FE 55f/1.8
 - A7s (FF) ด้อยกว่า Nex-6 (APSC) ที่ใช้กับเลนส์ตัวเดียวกัน
 - A7RM2 ใช้กับเลนส์ Sony FE ด้อยกว่า Nikon D2h (APSC) ใช้กับเลนส์ Nikon AF-S
 - และ A9 ดีกว่ากล้องทุกตัวที่ผมเคยเป็นเจ้าของมา ชนิดทิ้งกันห่างไกลแบบไม่เห็นฝุ่น

ดังนั้น เมื่อมีงบถึง ผมจึงยอมเจ็บแต่จบที่ Sony A9 โดยเลือกมีทั้งเลนส์ FF และ APSC ในประจำการ เพื่อใช้งานให้เหมาะกับสภาพในการถ่ายภาพ ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ เช่นการเลือกใช้ A9 ร่วมกับเลนส์ APSC Sigma 16mm f/1.4 (หรือ Sony CZ24 f/1.8) เพื่อถ่ายภาพหมู่ และใช้ไฟแฟลช bounce สะท้อนเพดาน ทำให้ผมสามารถใช้ ISO ไม่เกิน 1600 เปิดรูรับแสง f/2 ชัตเตอร์ 1/125 ยิงแฟลชขึ้นบน ในห้องที่มีแสงสว่างน้อยและมีเพดานสูงมากๆ โดยที่ยังมี depth of filed มากเพียงพอที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ในภาพถ่ายอยู่ในระยะชัด

สำหรับน้า จขกท. ที่มีงบที่มากพอที่จะซื้อกล้อง APSC ดีๆ ซักตัวนึง ผมขอเชียร์ให้ซื้อกล้อง APSC ที่ดี มากกว่าจะซื้อกล้อง FF ที่ราคาเดียวกัน เพราะความสามารถของกล้อง APSC ที่มากกว่านั้น คุ้มเงินมากกว่าการได้ขนาดเซนเซอร์ใหญ่ขึ้นเพียงอย่างเดียว

ป.ล. เป็นเพียงความเห็นหนึ่ง และประสบการณ์ของผมจากแตกต่างจากประสบการณ์ของน้าท่านอื่นๆ ครับ

ดีใจจริงๆ ครับที่ได้อ่านอีกมุมนึงของน้องที่ใช้งานจริงๆ มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย

จริงๆ แล้วคำว่า Professional Photographer มันไม่ได้แบ่งแยกระดับ หรือ ชนชั้น กันที่ Sensor size นะครับ ต้องย้อนอดีตจริงๆ เท่าที่ผมได้ผ่านช่วงเวลานั้นๆ มาคือ
1. สมัยก่อนเมือปี 1994-1995 ก้อมีฟิล์มสี Negative APS-C ออกมานะครับ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเลยทำให้ได้จำนวนภาพต่อฟิล์มหนึ่งม้วนได้มากกว่า เท่าไหร่จำไม่ได้แล้วครับ แต่ที่ไม่ได้รับความนิยมในงานอาชีพเพราะเวลานำไปขยายภาพขนาดใหญ่มันมีขีดจำกัด มันแตกเกรน ความคมชัดและกำลังแยกขยายลดลง ซึ่งสมัยก่อนถ้าอยากเห็นรูปใหญ่ๆ ก้อต้องอัดขยายมาดูเท่านั้นครับ หรือไม่ก้อต้องใช้ฟิล์ม Positive (สไลด์) แทนซึ่งก้อไม่มี APS-C มาให้เพราะงานพวกนี้ต้องลงสื่อสิ่งพิมพ์ ต้องขยายภาพขนาดใหญ่ได้ เช่นในหนังสือพิมพ์ ใหญ่ เล็ก หรือในนิตยสาร ช่างภาพมืออาชีพจึงไม่ได้มีทางเลือกมากนักครับ ประนีประนอมระหว่างขนาดกับคุณภาพมากที่สุดก้อคือ ฟิล์ม 135 หรือ FF ส่วนที่เน้นงานโฆษณาบิลบอร์ดขนาดใหญ่ หรือ คัทเอ้าท์ ต่างๆ ก้อไป Medium Format หรือฟิล์ม 120 ซึ่งมีขนาดใหญ่ความตล่องตัวและความเร็วต่ำกว่าและหนัก จึงไม่เหมาะกับงาน กีฬา Journalism จึงพบเห็นใน studio ส่วนใหญ่ หรือพวกสายแลนด์สุดขั้ว หรือมีตังค์เยอะ

2. ยุคแรกของ Digital ในตลาด consumer กล้องเหล่านั้นไม่ได้ออกมาให้ใช้กับ โปรเลย เลนส์ต่างๆ ก้อออกมาไม่ใช่เสปคโปรอะไรเลยเหมือนกัน จำได้ว่าพวกระดับเสปคโปรที่ออกแบบมาก้อมี Kodak Digital back เอามาใช้กับ Nikon ฟิล์มตัวท็อป จำรุ่นไม่ได้ครับ เพราะ Nikon ไม่อยู่ในใจ  :emo1_0008:

มาถึงยุคนี้ คือมันแบ่งแยกไม่ได้แล้วในเรื่องขนาดฟิล์ม (เซ็นเซอร์รับภาพ) เพราะเทคโนโลยีชอง Semiconductor ทำให้คุณภาพที่สูงมาก สามารถอยู่ในรูปร่างและขนาดที่เล็กลง อะไรที่เป็นเงื่อนไขแบ่งแยกระหว่าง Professional กับ
Amateur หรือ Enthusiast มันคือนิยามดั้งเดิมไงครับ คือ Professional คือช่างภาพที่มีรายได้จากงานถ่ายภาพ หรืออาชีพถ่ายภาพเท่านั้น ไม่ว่าจะมีสังกัดกินเงินเดือน หรือฟรีแล๊นซ์ อิสระ ไม่ทำไม่มีตังค์

อย่าปล่อยให้บริษัทกล้องโน้มน้าวเราให้เชื่อว่า FF คือ Pro ลองศึกษาในอินเทอรเน็ทดูนะครับ ช่างภาพโปรฯ ในต่างประเทศมีมากมายที่ใช้ APS-C เท่านั้น และพวก Wedding Pro มากมายที่ใช้ APS-C เป็นกล้องรอง หรือสำหรับภาพที่ต้องการความชัดลึกสูงขึ้น

 10 
 เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 05:56 am 
เริ่มโดย cat2 - กระทู้ล่าสุด โดย ganotae
ถ้ายอมเจ็บแต่จบตัวเดียวพอไหมครับ หรือเอาแค่ 24-70 f4 พอแล้วหา fix ดีๆเพิ่มอีกตัวดีกว่าครับ

 :emo1_0071:

หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10



SMF 2.0.7 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums

Cargo design by DzinerStudio
Fotorelax.com © Copyright 2010  

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.116 วินาที กับ 14 คำสั่ง